ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article

 


 

 

ดร. อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล
 
บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสตีล เซ็นเตอร์
 
 
ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 8 ฉบับที่ 91/ ตุลาคม 2556

 

 
 
 

        ผมเพิ่งอ่านหนังสือ The Upside of Irrationality จบ ชื่อไทยคือ เหตุผลที่ไม่ควรมีเหตุผล เขียนโดย Dan Ariely ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมแห่งมหาวิทยาลัยดุ๊กส์
เนื้อหาของหนังสือจะเกี่ยวกับการตั้งข้อสงสัยต่อพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ซึ่งบางครั้งดูไร้เหตุผลเอามากๆ Dan ได้ทำการทดลองเพื่อหาสาเหตุและข้อสรุปของพฤติกรรมเหล่านี้ พร้อมกับให้แง่คิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรและความรู้ตรงนี้จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราได้อย่างไร
นอกเหนือไปจากข้อสังเกตและบทสรุปที่น่าสนใจมากของผู้เขียนแล้ว ผมยังชื่นชม Dan ในเรื่องของการออกแบบการทดลองต่างๆเพื่อทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ที่ผมทึ่งเป็นพิเศษเพราะหลายๆเรื่องเป็นเรื่องนามธรรมมากๆ เช่น การทดลองว่า คนเราให้มูลค่ากับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือมากแค่ไหน , อารมณ์/ความรู้สึกอย่างไรที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการแก้แค้น
มีอยู่บทหนึ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ด้านความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของมนุษย์  Danตั้งข้อสังเกตว่า หลายๆครั้งที่สังคมให้ความเห็นอกเห็นใจกับคนๆเดียวที่กำลังเดือดร้อนมากกว่าคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่ากัน ซึ่งส่งผลให้ความช่วยเหลือจากสังคมในรูปแบบต่างๆเทไปให้คนๆเดียว ทั้งๆที่ควรกระจายไปให้คนอีกมากมายที่อาจจะเดือดร้อนมากกว่าด้วยซ้ำ หากมองดูอัตราส่วนของความช่วยเหลือและความเดือดร้อนพฤติกรรมการเห็นอกเห็นใจลักษณะนี้จึงดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ผมลองดูตัวอย่างใกล้ตัวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยก็พบว่าเป็นเช่นนั้นเหมือนกันนะครับ เช่น กรณีของคนเดือดร้อนทางการเงินที่แชร์เรื่องตัวเองผ่านเฟซบุ๊ค ขอรับบริจาค แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีเด็กๆในเอธิโอเปียอีกมากมายที่กำลังล้มตายเพราะขาดอาหาร และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ถึงแม้จะรับรู้ข้อมูลทั้งสองกรณี แต่บ่อยครั้ง คนส่วนใหญ่เลือกที่จะช่วยเหลือในกรณีแรก ทั้งๆที่ตามเหตุและผลแล้วผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่าน่าจะเป็นเด็กน้อยที่เอธิโอเปียทั้งในแง่ของความเร่งด่วนและจำนวนผู้เดือดร้อน
Dan สรุปปัจจัยหลักๆที่ทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ไว้อย่างนี้ครับ
1. ความใกล้ชิด (Closeness) คือระยะห่างระหว่างคุณกับผู้เดือดร้อน ความใกล้ชิดนี้รวมถึงทั้งทางกายภาพและความรู้สึก ทางกายภาพก็คือระยะทางจริงๆเช่นคนเดือดร้อนอยู่ที่กรุงเทพกับเอธิโอเปีย ทางด้านความรู้สึกก็เช่น ความเป็นญาติพี่น้อง เพื่อน หรือเป็นคนไทยเหมือนกัน
2. ความชัดเจน (Vividness) คือ การรับรู้ข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น การได้เห็นภาพ การได้ยินเสียง การได้อ่านเรื่องราว การรับรู้เหล่านี้ต่างกับการแค่ได้ยินข่าวตัวเลขผู้เดือดร้อนเป็นอย่างมาก ประเด็นจึงขึ้นอยู่กับสื่อการรับรู้ข้อมูลด้วย
3. ปรากฏการณ์น้ำหยดเดียวในถัง (Drop-in-the-bucket effect) คือ ความเชื่อมั่นว่า ตัวเองจะสามารถช่วยเหลือเหยื่อให้รอดพ้นจากโศกนาฎกรรมได้โดยลำพัง พูดง่ายๆว่า เรารู้สึกว่า การช่วยเหลือคนๆเดียวนั้นจะส่งผลต่อชีวิตเขามหาศาลแต่การบริจาคเงินจำนวนเท่าๆกันไปเอธิโอเปียแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
Dan ได้ทำการทดลองโดยแบ่งผู้เข้าทดลองเป็นสามกลุ่ม คือ รับทราบข้อมูลกรณีแรกเพียงอย่างเดียว กรณีที่สองเพียงอย่างเดียว และทั้งสองกรณีพร้อมกัน แล้วให้ตัดสินใจว่าจะบริจาคเงินเท่าไหร่ ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมทดลองกลุ่มแรกบริจาคเงินมากกว่ากลุ่มที่สองถึงสองเท่า ในขณะที่กลุ่มที่สามก็ยังเลือกที่จะบริจาคเงินให้กับคนๆเดียวที่เดือดร้อนมากกว่า
อ่านบทนี้จบแล้วผมก็มานึกถึงพฤติกรรมลักษณะนี้ในการทำธุรกิจ ช่วงปีที่ผ่านมาที่บริษัทเราเปิดตลาดตัดเลเซอร์ 3D ซึ่งเป็นตลาดใหม่และกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจำกัดอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ ทำให้ต้องวิ่งเข้าหาลูกค้าเข้าไปพูดคุยกันต่อหน้า ผมพบว่า การเข้าไปคุยแบบเจอตัวเป็นๆแบบนี้ให้ผลลัพธ์ต่างกับการคุยทางโทรศัพท์มากทีเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาลองใช้บริการ ต่างกับ การให้ข้อมูลทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ทั้งๆที่หากมองที่การให้ข้อมูลแล้วก็ไม่ต่างอะไรกันนัก
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนะครับ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ประสิทธิภาพในการขายทั้งสองแบบต่างกันมาก แต่การทดลองของ Dan ช่วยให้เหตุผลว่าทำไมบางครั้งคนเราถึงไร้เหตุผล ทำให้เราเข้าใจและมั่นใจในการตัดสินใจในบางสถานการณ์ได้ดีขึ้นครับ

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Give and Take
อลูมิเนียม
Big Data Analytics
Win – Win
ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ
จริยธรรมในธุรกิจ
Infographics
เดินประชุม
Internet of Things (IoT)
โฟกัสกลุ่มเป้าหมาย article
ศรัทธากับความจริง
โลกสมัยใหม่กับพ่อค้าคนกลาง
รถยนต์จากบริษัท IT
พลังแห่งการลืม
AND THIS TOO SHALL PASS
Coworking Space
SMALL IS BEAUTIFUL
การใช้ระบบ IT ในองค์กร
เซกานิก เอฟเฟค
เยี่ยมชมโรงงานที่ญี่ปุ่น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสเตนเลส
Sheet Metal Exhibitions
เทคโนโลยีที่ล้มเหลว
ไมอีลิน
Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNH article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article