ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย

          ฉบับนี้ขอคุยเรื่องการบริหารจัดการทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับงานโลหะแผ่นโดยตรงกันนะครับ พอดีผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการบริหารเล่มหนึ่งชื่อว่า HARD FACTS, DANGEROUS HALF-TRUTHS &  TOTAL NONSENSE – Profiting from Evidence-Based Management เขียนโดย Jeffrey Pfeffer and Robert I. Sutton ผู้เขียนทั้งสองเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Stanford, สหรัฐอเมริกา เนื้อหาหนังสือนั้นน่าสนใจครับ คือ จะเกี่ยวกับหลักการ, ทฤษฎีต่างๆในการบริหารจัดการที่เราได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ หรือ พบเห็นอยู่เป็นประจำจากตำราต่างๆนั้น  ผู้เขียนได้นำมาศึกษาอย่างจริงจัง, แจกแจงรายละเอียดพร้อมกรณีศึกษา และ ชี้ให้เห็นว่า บางอย่างนั้นก็เป็นความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์อีกแล้ว, บางอย่างนั้นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว และบางอย่างนั้นเป็นเรื่องหลวไหลทั้งเพ การศึกษาของผู้เขียนเริ่มต้นด้วยคำถามจากทฤษฎีเหล่านี้ เช่น องค์กรที่ดีที่สุดมีบุคลากรที่ดีที่สุดจริงหรือ? การจูงใจด้วยเงินเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรจริงหรือ? ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ล้มตาย?  ผู้เขียนได้ศึกษาจากกรณีศึกษาของบริษัทต่างๆมากมาย รวมทั้งงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างๆนับร้อยๆชิ้น นำมาเป็นหลักฐานสนับสนุนสิ่งที่พวกเขาศึกษาและนำเสนอ ส่วนที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากๆ (เพราะความจริงน่าสนใจทุกหัวข้อ) ก็คือในส่วนของความจริงครึ่งเดียว ก็จะขอคุยบางหัวข้อในส่วนนี้ก็แล้วกันครับ

Change or Die? เป็นคำพูดที่ได้ยินกันอยู่เสมอในแวดวงธุรกิจ ว่า ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลง, สรรค์สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ, หรือนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ในการทำงาน สักวันหนึ่งคุณก็จะถูกเลียนแบบ และล้มหายตายจากไปจากวงการ ฟังๆดูก็น่าจะจริงใช่ไหมครับ แต่ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านมีความเห็นว่า คำพูดดังกล่าวไม่ได้ผิดซะทีเดียวหรอก แต่เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นแท้จริงแล้วเป็นเหมือนดาบสองคม ตามสถิติจากงานวิจัยพบว่า เมื่อองค์กรหนึ่งได้ทดลองระบบการดำเนินงานใหม่ ส่วนมากมักจะล้มเหลว และบ่อยครั้งผลที่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้ลงทุนไป หนังสือบริหารมากมายที่ชื่อเรื่องทำนองว่า “เปลี่ยนโดยไม่เจ็บปวด” (Change Without Pain), “การเล็งเห็นสิ่งที่ควรจะทำต่อไป” (Seeing What’s next) หรืออะไรประมาณนี้ ที่มีอยู่มากมายในท้องตลาดนั้น ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะนำมาใช้ได้อย่างจริงจัง จากการวิจัยของผู้เขียน พบว่า หลายๆกรณีของความผิดพลาดนั้นเกิดจากการประมาณค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงต่ำเกินไป มิหนำซ้ำผู้บริหารมักจะประมาณประโยชน์จากสิ่งที่ได้รับสูงเกินไป สิ่งที่ตามมาคือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมักจะเสียเวลานานกว่าที่คิด, สร้างความเสียหายต่อการดำเนินงาน และ มักจบลงด้วยความล้มเหลว การประมาณการที่ผิดพลาดนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากข้อมูลที่ได้รับนั้นบิดเบือนหรือไม่ครบ ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างการนำระบบการวางแผนการใช้ทรัพยากร (Enterprise Resource Planning) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งในเวบไซต์ของ Oracle (ผู้ผลิตซอฟแวร์) จะยกกรณีตัวอย่างลูกค้ามากมายที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา แต่แน่นอนว่า Oracle จะไม่มีทางพูดถึงกรณีทั่วไปที่ลูกค้าเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากเป็นสองเท่าจากที่คาดการณ์ไว้ แต่จากการวิจัยพบว่า  51% ของการนำระบบ ERP มาใช้ ไม่ประสบความสำเร็จ และมากกว่า 30% ถูกยกเลิกระหว่างการเปลี่ยนแปลง

ถ้าอย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไร? อยู่อย่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือ? การปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีครับ  ผู้เขียนพบว่า ถึงแม้ผู้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงมักจะถูกมากกว่าผิด แต่ถ้าต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง องค์กรเหล่านั้นก็แทบจะตายไปเสียทุกรายเหมือนกัน การเปลี่ยนแปลงสามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง ผู้เขียนได้ให้คำถามเป็นแนวทางไว้ 8 ข้อ อย่างนี้ครับ 1. การดำเนินงานแบบใหม่ดีว่าสิ่งที่คุณทำอยู่แล้วจริงหรือ? 2. การเปลี่ยนแปลงนี้คุ้มค่ากับเวลา, การสูญเสีย, และค่าใช้จ่าย หรือไม่? 3. จะดีกว่าหรือเปล่าหากมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภาพลักษณ์ แทนที่จะเป็นการปฏิรูปการดำเนินงานอย่างจริงจัง 4. การเปลี่ยนแปลงนี้ดีสำหรับคุณแต่เลวร้ายสำหรับองค์กรหรือเปล่า? 5. คุณมีอำนาจพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่? 6. บุคลากรของบริษัทระอาจากการเปลี่ยนแปลงอื่นๆที่เกิดขึ้นอยู่แล้วหรือไม่? 7. บุคลากรขององค์กรจะสามารถเรียนรู้และเปิดรับได้หรือไม่ เมื่อการเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆตามมาอีก? 8. คุณสามารถยุติโครงการได้หรือไม่, สามารถตระหนักได้หรือไม่ว่า ถึงจุดไหนคือความล้มเหลวและถึงเวลาที่จะต้องยุติ? ในคำถามแต่ละข้อนี้ ผู้เขียนได้ให้แนวทางในการหาคำตอบ พร้อมให้ตัวอย่างกรณีศึกษาความเปลี่ยนแปลงขององค์กรในลักษณะต่างๆมากมาย ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ บางคำถามนี้ผมควรจะต้องแจกแจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง น่าเสียดายที่หน้ากระดาษมีไม่มากไม่งั้นคงสาธยายรายละเอียดได้มากกว่านี้

สิ่งที่ผมคิดว่า งานเขียนเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือบริหารจัดการเล่มอื่นๆ ก็คือ ทุกอย่างที่นำมาวิเคราะห์ศึกษานั้น อ้างอิงจากหลักฐานที่เกิดขึ้นจริง (Evidence-based) นับสิบๆปีและงานเขียน, กรณีศึกษาที่อ้างอิงได้อีกหลายร้อยชิ้น ไม่ใช่เขียนขึ้นมาโดยอ้างอิงจากหลักการในตำราเป็นหลัก และที่น่าสนใจมากๆ คือ หลักฐานหลายอย่างนั้นค้านกับความรู้ หรือ ความรู้สึกที่มีอยู่เดิมนี่แหละครับ ถ้ามีโอกาสก็ลองหาอ่านดูนะครับ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

 

ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 2 ฉบับที่ 20-21 / พฤศจิกายน-ธันวาคม 2550

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Give and Take
อลูมิเนียม
Big Data Analytics
Win – Win
ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ
จริยธรรมในธุรกิจ
Infographics
เดินประชุม
Internet of Things (IoT)
โฟกัสกลุ่มเป้าหมาย article
ศรัทธากับความจริง
โลกสมัยใหม่กับพ่อค้าคนกลาง
รถยนต์จากบริษัท IT
พลังแห่งการลืม
AND THIS TOO SHALL PASS
Coworking Space
SMALL IS BEAUTIFUL
การใช้ระบบ IT ในองค์กร
เซกานิก เอฟเฟค
เยี่ยมชมโรงงานที่ญี่ปุ่น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสเตนเลส
Sheet Metal Exhibitions
เทคโนโลยีที่ล้มเหลว
ไมอีลิน
Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNH article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล