ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletตัดเลเซอร์ 2D
bulletตัดเลเซอร์ 3D (5 axis)
bulletตัดเลเซอร์ท่อสี่เหลี่ยม
bulletตัดเลเซอร์ท่อกลม
bulletพับโลหะ
bulletตัดพลาสม่า (งานหนา)
bulletตัดกรรไกร
bulletม้วนโลหะแผ่น
bulletเชื่อม ประกอบโลหะ
dot
สินค้าของเรา
dot
bulletแผ่นสเตนเลส
bulletแป๊บสเตนเลส
bulletท่อเงาสเตนเลส (เฟอร์นิเจอร์)
bulletคอยล์สเตนเลส
bulletเพลา,ฉาก, แบน สเตนเลส
dot
Links
dot
bulletThainox
bulletสมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย
bulletสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย
dot
ติดต่อเรา
dot
bulletโทร:02-7537753 email:pands_stainless@yahoo.com




ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table

ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานทางธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายขาย, จัดซื้อ, คลัง, ผลิต, การตลาด ข้อมูลที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เราตัดสินใจกำหนดทิศทาง หรือ แก้ปัญหาได้อย่างมั่นใจ ผมขอยกตัวอย่างกรณีของการผลิตนะครับ ก่อนที่เราจะรวบรวมข้อมูล เราก็ต้องทราบก่อนว่า เราต้องการปรับปรุงพัฒนาในด้านใดบ้าง ลองนึกถึงภาพใหญ่ก่อนก็จะเห็นว่า ในส่วนของการผลิตนั้นสามารถพัฒนาปรับปรุงได้โดยการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า, ใช้เครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพ, ลดของเสีย, ลดเวลาการทำงาน ฯลฯ ซึ่งก็จะต้องมีการเก็บข้อมูลโดยการทำแบบฟอร์มให้เจ้าหน้าที่หน้างานบันทึก เช่น กรณีของเสีย ในแบบฟอร์มใบสั่งงานก็จะต้องมีช่องให้ลงจำนวนของเสีย และ สาเหตุของเสีย สำหรับแต่ละรายการไว้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดิบตรงนี้แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะครับถ้าเราไม่สามารถนำมาสรุปรวบรวมให้เห็นภาพ เพราะถ้าเราดูจากบันทึกใบสั่งทีละใบ จะละลานตาไปหมด ขั้นตอนรวบรวมและสรุปข้อมูลนี้แหละครับที่มักจะเป็นขั้นตอนที่บริษัทเล็กๆถึงกลางมักจะติดขัด การหาคนมาคีย์ข้อมูลนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่การรวบรวมแล้วสรุปออกมานั้นเสียเวลาและมีโอกาสผิดพลาดสูง ครั้นจะลงทุนกับซอฟแวร์สำหรับการผลิตซึ่งมีรายงานครบถ้วนละเอียดยิบแน่นอน แต่ก็ราคาสูงมาก และไม่มั่นใจว่าจะตรงกับลักษณะธุรกิจหรือไม่ ฉบับนี้ผมจึงขอนำเสนอการใช้ MS Excel สำหรับการทำรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลแบบง่ายๆครับ

โปรแกรม MS Excel นั้นเป็นโปรแกรมทีมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานเยอะมากๆ ทุกวันนี้ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้กันอยู่น่าจะใช้ไม่เกิน 5% ของความสามารถทั้งหมด ส่วนฟังก์ชันที่ผมจะแนะนำกันวันนี้เรียกว่า pivot table ครับ

ก่อนอื่นเราลองมาดูข้อมูลดิบที่รวบรวมมาก่อน สมมติว่าข้อมูลที่เรารวบรวมมาเป็นแบบนี้

 

ใบสั่งเลขที่

รายการที่

วัสดุ

ความหนา

จำนวนที่สั่ง

จำนวนของเสีย

สาเหตุ

P125

1

SUS304

2

15

0

 

P125

2

SUS304

2

10

0

 

P126

1

SS400

4

8

1

D01

P126

2

SS400

8

20

0

 

P126

3

SUS316

2

4

0

 

P127

1

SUS304

5

100

5

D05

P128

1

SUS304

4

25

0

 

P128

2

SUS304

8

80

4

D02

P128

3

SS400

4

20

0

 

P128

4

SS400

8

15

0

 

P129

1

SUS304

3

35

6

D01

P129

2

SUS304

2

20

1

 

P130

1

SUS316

5

18

0

 

P212

2

SUS316

2

10

3

D02

P212

3

SS400

2

30

2

D02

P212

4

SS400

3

50

0

 

P278

1

SUS304

3

80

4

D01

P278

2

SUS304

5

10

1

D05

P278

3

SUS304

5

40

0

 

 

อันนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆนะครับ เอาให้พอเข้าใจ ในความเป็นจริงก็คงพอจะจินตนาการได้ว่า ถ้าเรานำข้อมูลทั้งเดือนมาใส่ เวลาพิมพ์ออกมาก็คงเป็นสิบๆหน้า เมื่อเรามีข้อมูลดิบพร้อมแล้ว ้เครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด้นสามารถพัฒนาปรับปรุงได้โดยการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่ามากที่สุดวมก่อนก็จะเห็นว่า ในการผลิตนัก็ไปที่แถบเมนู Data(ข้อมูล)>Pivot Table โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างตัวช่วยสร้างขึ้นมา แล้วให้เรากำหนดเขตข้อมูลที่ต้องการทำรายงาน และ พื้นที่ที่ต้องการสร้างรายงาน เมื่อเลือกแล้วก็จะปรากฏตารางขึ้นมาให้เรากำหนดลักษณะของรายงานที่ต้องการสรุป เช่น ผลรวมของเสียสำหรับแต่ละประเภทวัสดุ, ผลรวมของเสียสำหรับแต่ละความหนา, จำนวนของเสียของแต่ละสาเหตุ ฯลฯ ถ้าเรามีข้อมูลดิบมากกว่านี้ เช่นวันที่ผลิตของแต่ละใบสั่ง ก็สามารถสรุปเป็นของเสีย แต่ละสัปดาห์ หรือ เดือน หรือ ถ้าเรามีการบันทึกหมายเลขเครื่องจักร หรือ ชื่อพนักงานที่ปฏิบัติงาน ก็จะยิ่งได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ซึ่งก็อาจจะทำให้เราเห็นได้ว่า ของเสียแบบนี้มักจะมาจากเครื่องนี้ หรือ พนักงานคนนี้ ตัวอย่างนี้ก็เป็นแบบง่ายๆนะครับ  ออกมาแล้วก็อาจจะเป็นลักษณะนี้ครับ
 

 

 

วัสดุ

 

 

 

ความหนา

ข้อมูล

SS400

SUS304

SUS316

ผลรวมทั้งหมด

2

ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

30

45

14

89

 

ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

2

1

3

6

3

ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

50

115

 

165

 

ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

0

10

 

10

4

ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

28

25

 

53

 

ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

1

0

 

1

5

ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

 

150

18

168

 

ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

 

6

0

6

8

ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

35

80

 

115

 

ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

0

4

 

4

ผลรวม ผลรวม ของ จำนวนที่สั่ง

143

415

32

590

ผลรวม ผลรวม ของ จำนวนของเสีย

3

21

3

27

 

 

หรือเราอาจจะเลือกให้หัวด้านบนเป็นสาเหตุของเสีย ด้านซ้ายเป็นวัสดุ/ความหนา ก็ทำได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ ถ้ามีการใส่ข้อมูลผิดพลาด เราก็ไม่ต้องมาทำใหม่ครับ สามารถเข้าไปแก้ที่ข้อมูลดิบ แล้วมาคลิกขวาที่ pivot table เลือก ’ฟื้นฟูข้อมูล’ ตัวรายงานก็จะถูกแก้ไขโดยอัตโนมัติ

เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ผมเลยไม่สามารถอธิบายขั้นตอนการทำรายงานได้ละเอียดนัก แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือ ให้ท่านผู้อ่านเห็นประโยชน์ของข้อมูล, ความสามารถของ pivot table และ ลักษณะรายงานที่จะได้รับ ในส่วนขั้นตอนอย่างละเอียดนั้น หาได้ตามหนังสือสอนใช้ Excel ทั่วไป ลองพลิกๆดูก่อนก็ได้ครับว่า มีเรื่อง pivot table หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเล่มที่สอนพื้นฐานมากๆอาจจะไม่มีเรื่องนี้ การใช้งานไม่ยากครับ ถ้ามีข้อมูลดิบครบก็แค่ลากๆลงมา จะชำแหละข้อมูลยังไงก็แล้วแต่เราเลยครับ

การได้รายงานสรุปออกมาเป็นตัวเลขชัดเจนนั้น ทำให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ และ กำหนดทิศทางในการแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น หรือ ในบางครั้ง ข้อมูลที่ดีอาจจะทำให้เราระบุถึงต้นตอสาเหตุได้เลยด้วยซ้ำ

นอกจากเรื่องของเสียแล้ว ก็ยังอาจเอาไปใช้ในส่วนอื่นๆอีกมากมาย เช่น ยอดขาย, การเสนอราคา, การใช้วัตถุดิบ, น้ำหนักที่ขาย, เวลาในการผลิต ฯลฯ ก็ลองประยุกต์ใช้ดูนะครับ Pivot Table นั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมาก แต่ที่สำคัญคือ ข้อมูลดิบที่เก็บรวบรวมมาต้องถูกต้องและครบถ้วนก่อนนะครับ ฉบับนี้ก็ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 3 ฉบับที่ 30-31/ กันยายน-ตุลาคม 2551




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNP article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.