การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง

 

      ในกระบวนการผลิตสินค้านั้น เราต้องจัดเก็บวัสดุคงคลังมากมาย ทั้งในส่วนของวัตถุดิบที่มาใช้ประกอบและอยู่ในสินค้าสำเร็จ เช่น หากผลิตเครื่องจักรก็อาจจะมีสเตนเลส, น็อต, ธูปเชื่อม, มอเตอร์ ฯลฯ หรืออุปกรณ์/ชิ้นส่วนต่างๆที่มาช่วยใช้ในการผลิต เช่น หัวนอซเซิลสำหรับตัดแผ่นโลหะ, หัวเจียร์สำหรับแต่งชิ้นงาน ฯลฯ รวมไปถึงอุปกรณ์/ชิ้นส่วนที่นำมาใช้ในการซ่อมบำรุง ซึ่งหากจะนับวัสดุคงคลังที่เราต้องจัดเก็บทั้งหมด ก็จะพบว่า มีจำนวนเยอะมากจนยากที่เราจะให้ความใส่ใจอย่างละเอียดกับทุกๆรายการ ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้นครับ เพราะเป็นการเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ

          ในการบริหารวัสดุคงคลังนั้น มีวิธีการที่เรียกว่า การแบ่งประเภทวัสดุคงคลังแบบ ABC (ABC Inventory Classification) ซึ่งจะว่าไปแล้ววิธีการนี้ เป็นการประยุกต์ใช้ EOQ กับ Pareto ที่ผมเขียนไว้ในสองฉบับที่ผ่านมา เพื่อให้เราสามารถลำดับความสำคัญในการบริหารได้อย่างเป็นระบบ

          หลักการคือ เราจัดความสำคัญของรายการวัสดุคงคลังต่างๆโดยจัดลำดับมูลค่าของแต่ละรายการ ซึ่งจะคำนวณจากตัวแปรหลักสองตัวคือ ความจำเป็นหรือความต้องการ (Demand) ต่อปี และ มูลค่า (Value) /ชิ้น  โดยนำมาตัวแปรสองตัวนี้มาคูณกัน แล้วจัดลำดับจากมากไปน้อย เช่น

 

ความต้องการ(ชิ้น)/ปี

มูลค่า/ชิ้น

มูลค่ารวม/ปี

 

ลำดับ

มูลค่ารวม/ปี

1,000

50

50,000

 

1

200,000

500

400

200,000

จัดเรียงใหม่เป็น

2

50,000

12

60

720

 

3

2.000

20

100

2,000

 

4

720

 

 

           จะเห็นได้ว่า จากสูตรนี้ สำหรับบางรายการแม้มูลค่าต่อชิ้นจะน้อย แต่หากมีความต้องการมากก็ทำให้มูลค่าของรายการนั้นสูง เมื่อเราเอามาเรียงลำดับใหม่แล้วก็จัดแบ่งประเภททั้งหมด โดยให้ 15-20% แรกของลำดับทั้งหมดเป็นวัสดุคงคลังประเภท A, 30-35% ถัดมาเป็นประเภท B และ 50% สุดท้ายเป็นประเภท C สำหรับประเภท A คือ รายการที่มีความสำคัญมากและต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ประเภท B คือ รายการที่มีความสำคัญปานกลาง และ ประเภท C คือ รายการที่มีความสำคัญน้อย เมือเราจัดประเภทให้กับแต่ละรายการแล้วก็จะต้องหากลยุทธ์ในการบริหารคลังสำหรับแต่ละประเภทให้เหมาะสม ซึ่งในส่วนนี้ก็จะแตกต่างไปตามคุณสมบัติ/ลักษณะ ของวัสดุคงคลัง และประเภทธุรกิจ เช่น วัสดุคงคลังประเภท A เราอาจจะต้องหาข้อมูลให้ละเอียดว่า ผู้ขายรายไหนที่ให้ราคาดี สินค้ามีคุณภาพ และ ต้องใช้เวลาในการจัดส่งนานแค่ไหน เรามีค่าจัดเก็บรักษาของเราเองอย่างไร ความผันผวนของราคาในตลาดเป็นอย่างไร เราควรตรวจสอบสต็อกถี่แค่ไหน ควรสั่งครั้งละเท่าไหร่ สั่งบ่อยแค่ไหน ฯลฯ ซึ่งในส่วนนี้ก็อาจจะเอาทฤษฎี EOQ เข้ามาช่วย แต่สำหรับวัสดุคงคลังประเภท B หรือ C เราอาจจะคอยดูเป็นระยะๆ ไม่ต้องศึกษาอย่างละเอียด เพราะหากทำอย่างละเอียดทุกรายการจะเป็นการเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

           วิธีการจัดลำดับนี้เรียกได้ว่า เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้หลักการ 80/20 ที่ว่า เราให้ความสำคัญกับ input ส่วนน้อย แต่ในส่วนน้อยนี้คือส่วนสำคัญที่มีผลต่อ output มาก โดยใช้มูลค่ารวมต่อปีมาเป็นตัวจัดลำดับความสำคัญนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การจัดแบ่งประเภท ABC นี้ก็เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งในความเป็นจริงเราก็อาจจะต้องปรับให้เหมาะกับธุรกิจของเรา  เช่น เราอาจจะเห็นว่า แค่มูลค่ารวมต่อปีของแต่ละรายการอาจจะเป็นปัจจัยที่ไม่ดีพอในการจัดอันดับ เพราะบางรายการแม้มูลค่ารวมต่อปีอาจจะต่ำ แต่หากขาดไปแล้วจะมีผลกระทบต่อการผลิตมาก ทำให้ทั้งไลน์การผลิตต้องหยุดชะงัก หรือทำให้กระบวนการอื่นๆล่าช้า เราก็อาจจะมีตัวคูณอีกตัวหนึ่งเป็นดัชนีของผลกระทบ อะไรแบบนี้ เป็นต้น เอาละครับฉบับนี้ก็ลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 2 ฉบับที่ 27/ มิถุนายน 2551

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Give and Take
อลูมิเนียม
Big Data Analytics
Win – Win
ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ
จริยธรรมในธุรกิจ
Infographics
เดินประชุม
Internet of Things (IoT)
โฟกัสกลุ่มเป้าหมาย article
ศรัทธากับความจริง
โลกสมัยใหม่กับพ่อค้าคนกลาง
รถยนต์จากบริษัท IT
พลังแห่งการลืม
AND THIS TOO SHALL PASS
Coworking Space
SMALL IS BEAUTIFUL
การใช้ระบบ IT ในองค์กร
เซกานิก เอฟเฟค
เยี่ยมชมโรงงานที่ญี่ปุ่น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสเตนเลส
Sheet Metal Exhibitions
เทคโนโลยีที่ล้มเหลว
ไมอีลิน
Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNH article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (8006)

บทความของ ดร. อ่านเข้าใจง่ายดีมากเลยครับ  อยากให้ช่วยแนะนำหนังสือเกี่ยวกับการจัดการสินค้าคงคลังที่อธิบายง่ายๆ ได้มั้ยครับ  ผมอยากได้ความรู้เพิ่มเติมสำหรับจัดทำ IS ของผมครับ  ขอบคุณมากครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทาวิธ วันที่ตอบ 2009-05-07 16:18:27


ความคิดเห็นที่ 2 (36677)

สวัสดีครับ คุณทาวิธ

ผมเคยเรียนวิชานี้โดยใช้ textbook ของ David F. Pyke , Rein Peterson, Edward A. Silver

ชื่อหนังสือคือ Inventory Management and Production Planning and Scheduling

เป็นหนังสือที่มีทฤษฎีค่อนข้างแน่นทีเดียวครับ ไม่แน่ใจว่าจะหาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯหรือเปล่า

ส่วนหนังสือของไทย ผมยังไม่เคยอ่านเลยครับ ถ้าให้แนะนำก็คงเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ที่เชื่อถือได้, ดูประวัติและผลงานของผู้เขียน, บรรณานุกรม และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราสนใจครับ

ยิ่งซื้อหลายเล่มได้ยิ่งดีครับ เพราะผู้เขียนแต่ละท่านก็จะนำเสนอตามแนวทางของตัวเอง บางเล่มอาจจะดีในหัวข้อนี้ บางเล่มก็อาจจะดีในหัวข้ออื่น การอ่านหลายๆเล่มจะทำให้เราได้เนื้อหาที่ครอบคลุมและเข้าใจได้เร็วขึ้นครับ

ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2009-08-05 10:34:06


ความคิดเห็นที่ 3 (157790)

 คือหนูอยากรู้ว่า EOQ กับ ABC มันเชื่อมโยงกันยังไง?

เงื่อนไขอะไรบ้างที่จะใช้ EOQ ได้
แล้วถ้าเงื่อนไขไม่ผ่านเราสามารถใช้เครื่องมือตัวไหนได้อีกบ้างอ่ะค่ะ

คือหนูจะทำวิจัยแล้ว อ.ถามมาหนูมึนค่ะ (ขอบคุณมากน่ะค่ะ)

oichi_00@hotmail.com
 
ผู้แสดงความคิดเห็น มีนาคม (oichi_00-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-16 23:58:47



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล