dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletตัดพลาสม่า
bulletตัดเลเซอร์ 2D
bulletตัดเลเซอร์ 3D (5 axis)
bulletตัดเลเซอร์ท่อ (กลม/เหลี่ยม)
bulletพับโลหะ
bulletV-CUT
bulletตัดกรรไกร
bulletม้วนโลหะแผ่น
bulletเชื่อม ประกอบโลหะ
dot
สินค้าของเรา
dot
bulletแผ่นสเตนเลส
bulletแป๊บสเตนเลส
bulletท่อเงาสเตนเลส (เฟอร์นิเจอร์)
bulletคอยล์สเตนเลส
bulletเพลา,ฉาก, แบน สเตนเลส
dot
คลังภาพ
dot
bulletตัวอย่างชิ้นงาน
bulletเครื่องจักร
dot
Links
dot
bulletThainox
bulletสมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย
bulletสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย




80/20

มีทฤษฎีที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งผมได้ลองศึกษาดูแล้วนำมาใช้กับการดำเนินงานและเรื่องราวๆต่างที่พบเห็น แล้วพบว่า เป็นตัวเลขที่น่าสนใจทีเดียวครับ ทฤษฎีนี้ชื่อว่า กฎ 80/20 นักวิชาการผู้คิดค้นหลักการนี้เป็นชาวอิตาลี ชื่อ Vilfredo Pareto ซึ่งเค้าได้ทำการศึกษาเมื่อปี ค.ศ. 1906 ก็เป็นเวลากว่า 100 ปีมาแล้วนะครับ ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นเครื่องมือการบริหารจัดการอย่างหนึ่งในทางวิศวกรรม เรียกว่า Pareto’s Diagram กฎ 80/20 นั้นจะเกี่ยวกับ ปรากฎการณ์ของความไม่สมดุลของสิ่งต่างๆในโลกใบนี้ จุดเริ่มต้นนั้นมาจาก Pareto ได้ลองตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของความมั่งคั่งกับจำนวนประชากรในอิตาลี และพบว่า ร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ ไปตกอยู่ที่ ร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และยังพบว่า สัดส่วนลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆเช่นกัน จึงตั้งชื่อว่า Pareto Principle หรือ กฎ 80/20  ตัวอย่างที่อาจจะฟังดูใกล้ตัวสักหน่อยก็เช่น  ในคลังสินค้าต่างๆ มูลค่าสินค้าที่เคลื่อนย้ายออกบ่อย 20% แรก จะมีมูลค่ารวมกันถึง 80% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดในคลังสินค้า

ผมลองดูข้อมูลในบริษัทผมเอง ก็พบว่า หลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นไปในลักษณะใกล้เคียงกับกฎ 80/20 นี้ เช่น ยอดขาย 80% มาจากจำนวนลูกค้าประมาณ 20%, จำนวนของเสีย 80% มาจากจำนวนสาเหตุประมาณ 20% เป็นต้น ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่ 80/20 เป๊ะๆ แต่ก็เรียกว่า ใกล้เคียงทีเดียว อันที่จริง ตัวเลข 80 และ 20 นี้ เป็นเปอร์เซ็นต์ที่มาจากข้อมูลคนละชุด จึงไม่จำเป็นที่ต้องรวมกันแล้วได้ 100 อาจจะเป็น 80/30, 70/25 หรืออาจจะเป็น 90/10 ก็เป็นได้ แต่จุดที่น่าสนใจคือ ความจริงที่ว่า เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น (output) มาจากเปอร์เซ็นต์ส่วนน้อยของสิ่งที่ให้กำเนิดมัน (input) ถามว่า ข้อมูลตรงนี้มีประโยชน์อย่างไร? คำตอบคือ ความสัมพันธ์เหล่านี้สามารถช่วยให้เราดำเนินการตัดสินใจในการบริหารงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ  ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเช่น ในปี 1963 บริษัท IBM สำรวจพบว่าร้อยละ 80 ของเวลาและทรัพยากรในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะเป็นการใช้งานจากโค้ดของ Operating System เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ดังนั้น IBM จึงได้ปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ใช้ประโยชน์จากส่วนร้อยละ 20 นี้ให้มากขึ้น ทำให้ส่วนนี้สามารถถูกใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น

ในทางวิศวกรรมนั้น มีการนำกฎ 80/20 นี้มาประยุกต์ใช้ เรียกว่า Pareto’s Diagram คือ การศึกษาข้อมูลสองกลุ่มแล้วดูความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ที่ใช้กันมากก็คือ จำนวนของเสียกับจำนวนสาเหตุของเสีย  โดยนำข้อมูลของเสียที่ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วเอาจำนวนของเสียเป็นแกน y และ สาเหตุของเสียเป็นแกน x โดยมากจะพบว่า จำนวนของเสียส่วนมากมาจากสาเหตุไม่กี่สาเหตุ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เราควรจะทุ่มทรัพยากรลงไปในการแก้ไขสาเหตุไม่กี่สาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของจำนวนของเสียทั้งหมด แทนที่จะสูญเสียทรัพยากรไปในส่วนอื่นๆซึ่งแท้จริงแล้วไม่มีผลต่อจำนวนของเสียทั้งหมดมากนัก

ในปี 1949  George K. Zipf นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้นำกฎของ Pareto มาประยุกต์ และเรียกว่า กฎของการออกแรงน้อยที่สุด (Principle of Least Effort) และต่อมาได้นำแนวคิดนี้ไปใช้กันอย่างแพร่หลายในการค้นหาข้อมูลในห้องสมุด นอกจากนั้นวิศวกรอเมริกันชื่อ Joseph Juran ผลักดันให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Quality Revolution ระหว่าง 1950 – 1990 โดยเริ่มกระบวนการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ญี่ปุ่น ในปี 1953 ต่อมาได้พัฒนากลายเป็นแนวคิดของ Total Quality Control และ Six Sigma ในเวลาต่อมา

            กฎนี้ยังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน เหมือนเป็นหลักที่คอยเตือนให้เราทำสิ่งที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ เวลาหนึ่งวันของเรานั้นมีจำกัด พลังงานของเรานั้นมีจำกัด มันควรจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด และมันควรจะถูกใช้ไปกับเจ้า 20% ที่มีความหมายที่สุดของสิ่งที่เราทำทั้งหมดครับ คำถามสำคัญคือ สำหรับตัวเราเองแล้ว อะไรคือ 20% นั้นที่ทำให้เกิดผล 80% ถ้ามีโอกาส ลองสำรวจตัวเองดูละกันนะครับ ฉบับนี้ก็ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ   

 

อ้างอิง http://www.vcharkarn.com โดย ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ 

http://management.about.com/cs/generalmanagement/a/Pareto081202.htm

 

ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 3 ฉบับที่ 26/ พฤษภาคม 2551




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNP article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
จำหน่ายสินค้าสเตนเลส รับบริการตัดเลเซอร์ ตัดพลาสม่า พับ ม้วนโลหะแผ่นและโลหะที่ขึ้นรูปแล้ว บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์ เลขที่ 16 หมู่ 5 ซ.วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 โทร. 02-753-7753 แฟกซ์. 02-753-7770 Email: pands_stainless@yahoo.com