dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletตัดพลาสม่า
bulletตัดเลเซอร์ 2D
bulletตัดเลเซอร์ 3D (5 axis)
bulletตัดเลเซอร์ท่อ (กลม/เหลี่ยม)
bulletพับโลหะ
bulletV-CUT
bulletตัดกรรไกร
bulletม้วนโลหะแผ่น
bulletเชื่อม ประกอบโลหะ
dot
สินค้าของเรา
dot
bulletแผ่นสเตนเลส
bulletแป๊บสเตนเลส
bulletท่อเงาสเตนเลส (เฟอร์นิเจอร์)
bulletคอยล์สเตนเลส
bulletเพลา,ฉาก, แบน สเตนเลส
dot
คลังภาพ
dot
bulletตัวอย่างชิ้นงาน
bulletเครื่องจักร
dot
Links
dot
bulletThainox
bulletสมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย
bulletสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย




EOQ

ฉบับนี้ขอเขียนบทความเกี่ยวกับทฤษฎีด้านการบริหารจัดการอีกสักฉบับนะครับ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องของการจัดการพัสดุคงคลังในส่วนของการสั่งซื้อ ในการดำเนินธุรกิจนั้น พัสดุคงคลังเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งในธุรกิจซื้อมา-ขายไป และ ธุรกิจการผลิต หากเรามีพัสดุคงคลังน้อยก็จะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า หรือ นำไปใช้เพื่อการผลิต ในขณะเดียวกัน หากมีพัสดุคงคลังมากเกินไป ก็จะทำให้ทุนจม, เปลืองเนื้อที่จัดเก็บ และ สำหรับพัสดุบางประเภทก็อาจเสื่อมสภาพไปตามเวลา เช่นพวกเคมีภัณฑ์ หรือ วัตถุดิบบางประเภท คำถามคือ ถ้าเช่นนั้นเราควรจะเก็บเท่าไหร่ และ สั่งซื้อเมื่อไหร่ เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

ค่าใช้จ่ายในการบริหารพัสดุคงคลังนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. ค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามจำนวนครั้งของการสั่งซื้อ คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องเสียในกระบวนการสั่งซื้อแต่ละครั้ง เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดต่อ/ติดตามการสั่งซื้อ, การขนส่ง, การจัดการด้านบัญชี/เอกสาร
  2. ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาพัสดุ ประกอบด้วย ค่าเช่าสถานที่, ค่าเสื่อมคุณภาพ, ค่าดอกเบี้ยในทุนที่จมไป, ค่าใช้จ่ายในการควบคุมสภาวะการเก็บ เช่น อุณหภูมิ/ความชื้น ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะแปรผันตามจำนวนพัสดุที่เก็บไว้

 เราจะสังเกตเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายทั้งสองประเภทนี้จะสวนทางกันอยู่ คือ หากเราสั่งซื้อบ่อยๆ ก็จะทำให้เราสามารถเก็บพัสดุน้อยลง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในข้อ 1. มาก แต่จะเสียค่าเก็บรักษาน้อย แต่หากเราเก็บรักษาพัสดุมาก ก็จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อน้อย แต่เสียค่าเก็บรักษามาก การหาขนาดที่ประหยัดในการสั่งซื้อแต่ละครั้ง (Economic Order Quantity) คือการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เข้าช่วยเพื่อให้เราหาปริมาณสั่งซื้อที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายรวมน้อยที่สุด

 

 

 

ตัวอย่างในรูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของค่าใช้จ่ายทั้งสองประเภท โดยสมมติว่าปริมาณที่เราต้องการสั่งซื้อทั้งหมด(ต่อปี) คือ 1000 หน่วย  เส้นประคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสั่งซื้อ และเส้นทึบคือ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ซึ่งจะแปรผันตามจำนวนที่เก็บ เส้นที่อยู่ด้านบนคือค่าใช้จ่ายรวม เราจะเห็นได้ว่า จุดที่ทั้งสองเส้นตัดกันคือ จุดที่ค่าใช้จ่ายรวมน้อยที่สุด เมื่อลากลงมาตัดกับแกน X ก็คือปริมาณสั่งซื้อที่ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด ในการคำนวณหาค่าปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุดนี้ เราสมมติให้

A = ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ (บาท/ใบสั่งซื้อ)

S = ความต้องการผลิตภัณฑ์ของลูกค้า/ฝ่ายผลิต (หน่วย/ปี)

I = ค่าเก็บรักษาพัสดุ (บาท/หน่วย/ปี)

C = ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (บาท/ปี)

Q = ปริมาณที่สั่งซื้อในแต่ละครั้ง (หน่วย)

ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ/ปี จะเท่ากับ A x (S/Q) บาท

ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาพัสดุคงคลัง จะเท่ากับ I x (Q/2) โดย Q/2 คือค่าเฉลี่ยของพัสดุที่อยู่ในคลัง

เราจะได้  C = A x (S/Q) + I x (Q/2)

เมื่อแก้สมการนี้เราจะได้ปริมาณที่สั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (Q*) =

และ ค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด (C*) =

 

ในการใช้สูตรคำนวณนี้ เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่า แบบจำลองทั้งหมดถูกสมมติขึ้นมาภายใต้สภาวการณ์หนึ่งๆ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอีกมากมาย เช่น ราคาสินค้าในวันนี้กับอีกสองเดือนข้างหน้าอาจจะไม่เท่ากัน หากเราสั่งซื้อไว้ก่อนแม้จะเสียค่าเก็บรักษามากกว่า แต่ก็ทำให้ซื้อได้ถูกลง หรือ  หากสั่งเป็นจำนวนมากถึงระดับหนึ่ง จะได้ส่วนลดพิเศษ ซึ่งทำให้เราประหยัดได้มากกว่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาที่เพิ่มขึ้น หรือ เราจอาจจะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บหรือการเสื่อมสภาพของพัสดุ ทำให้ไม่สามารถเก็บสต๊อกไว้ได้เกินจำนวนหนึ่งๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกอีกหลายๆปัจจัย ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, ภาษี, ราคาน้ำมัน, ความผันผวนของราคาวัสดุในตลาด, ความต้องการผลิตภัณฑ์ของตลาด ฯลฯ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ต้องอาศัยจากข้อมูลด้านอื่นๆ และ การวิเคราะห์จากประสบการณ์เข้าช่วย

ทฤษฎีต่างๆนั้นสามารถช่วยเราได้ในระดับหนึ่งในการสร้างกระบวนการคิด/วิเคราะห์/ประยุกต์ใช้  แต่ผมเชื่อว่า สิ่งที่สำคัญกว่า คือสามัญสำนึกและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเรื่องแบบนี้ต้องบอกว่า สอนกันยาก เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการปลูกฝังจากสภาพแวดล้อม, โอกาส, จังหวะชีวิต ส่วนหนึ่งนั้นมาจากไหวพริบ, ความคิดสร้างสรรค์, จินตนาการ และนั่นคือ เหตุผลที่เถ้าแก่หลายๆคนแม้จะไม่ได้รับการศึกษามากนักแต่สามารถประสบความสำเร็จได้ ส่วนตัวผมเองแล้วจึงเชื่อเสมอว่า การได้พูดคุยหรือศึกษาจากบุคคลเหล่านี้มีคุณค่าไม่น้อยไปกว่าการศึกษาในตำราเลยครับ

 เอาละครับ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

 

 

อ้างอิง หนังสือ”การวิจัยดำเนินงาน ภาค Deterministic” โดย อ.วิจิตร ตัณฑสุทธิ์ และคณะ

 

 

ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 3 ฉบับที่ 25 / เมษยน 2551 

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

SMALL IS BEAUTIFUL
การใช้ระบบ IT ในองค์กร
เซกานิก เอฟเฟค
เยี่ยมชมโรงงานที่ญี่ปุ่น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสเตนเลส
Sheet Metal Exhibitions
เทคโนโลยีที่ล้มเหลว
ไมอีลิน
Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNP article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
จำหน่ายสินค้าสเตนเลส รับบริการตัดเลเซอร์ ตัดพลาสม่า พับ ม้วนโลหะแผ่นและโลหะที่ขึ้นรูปแล้ว บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์ เลขที่ 16 หมู่ 5 ซ.วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 โทร. 02-753-7753 แฟกซ์. 02-753-7770 Email: pands_stainless@yahoo.com