dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletตัดพลาสม่า
bulletตัดเลเซอร์ 2D
bulletตัดเลเซอร์ 3D (5 axis)
bulletตัดเลเซอร์ท่อ (กลม/เหลี่ยม)
bulletพับโลหะ
bulletV-CUT
bulletตัดกรรไกร
bulletม้วนโลหะแผ่น
bulletเชื่อม ประกอบโลหะ
dot
สินค้าของเรา
dot
bulletแผ่นสเตนเลส
bulletแป๊บสเตนเลส
bulletท่อเงาสเตนเลส (เฟอร์นิเจอร์)
bulletคอยล์สเตนเลส
bulletเพลา,ฉาก, แบน สเตนเลส
dot
คลังภาพ
dot
bulletตัวอย่างชิ้นงาน
bulletเครื่องจักร
dot
Links
dot
bulletThainox
bulletสมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย
bulletสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย




ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกก่อนว่า หลักเกณฑ์ที่ผมจะมาคุยกันนี่เป็นหลักเกณฑ์ที่ผมใช้ในโรงงานของผมเอง และไม่มากก็น้อยคงจะต่างจากที่อื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในความแตกต่างของหลักเกณฑ์ของแต่ละโรงงานนั้น มีหลักเกณฑ์พื้นฐานอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ราคาค่าตัดแปรผันตามนาทีที่เครื่องเดิน ถ้าเขียนมาเป็นสูตรก็คือ

 

ค่าตัด (บาท) = นาทีที่เครื่องเดิน(นาที) x ราคาค่าตัด(บาท/นาที)

 

ซึ่งราคาค่าตัด (บาท/นาที) จะมีหลายค่า ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาตัด เช่นเหล็ก, อลูมิเนียม, สเตนเลส และขึ้นอยู่กับความหนาของวัสดุที่นำมาตัดนั้น ทั้งนี้เพราะแก๊สที่ใช้ตัดเหล็ก (ออกซิเจน) กับสเตนเลส (ไนโตรเจน) ต่างกัน ราคาต้นทุนแก๊สไม่เท่ากัน และความหนาที่มากกว่าจะใช้แก๊สในการตัดมากกว่า (เทียบที่ช่วงเวลาเท่ากัน)

แรกๆที่ผมเริ่มมาทำ ก็ใช้เวลาพอสมควรในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งก็จากหลายทาง เช่น สอบถามข้อมูลจากผู้ขายเครื่อง, คำนวณจากค่าใช้จ่ายของเราเอง, ดูข้อมูลที่เคยสั่งตัดที่อื่น เป็นต้น ในช่วงเวลาที่ผมกำหนดหลักเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นมา ผมมีเป้าหมายว่า วิธีการคิดต้นทุนจะต้องใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมากที่สุดเพื่อความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็หมายความว่า เราต้องหาเวลาที่เครื่องเดิน (นาที) กับ ต้นทุนค่าตัด(บาท/นาที) ให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

คราวนี้เรามาดูทีละส่วนนะครับ เริ่มจาก เวลาที่เครื่องเดิน ซึ่งก็คือเวลาตั้งแต่หัวเลเซอร์เริ่มเดินไปจนตัดเสร็จ ระหว่างนี้จะมีเวลาที่ยกหัวขึ้นเจาะรู, เดินหักมุม, เดินตรงๆ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เท่ากัน อัตราความเร็วที่หัวเดินของวัสดุและความหนาต่างกันก็จะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นค่าพารามิเตอร์ที่จะต้องทราบ คือ เวลาที่เครื่องใช้ในการเจาะรู, เวลาที่เสียไปในการเดินหักมุม, อัตราความเร็วในการเดินของหัวเลเซอร์สำหรับแต่ละวัสดุและแต่ละความหนา ข้อมูลเหล่านี้บางส่วนก็ได้มาจากคู่มือเครื่องหรือสอบถามจากผู้ขาย และ อีกส่วนหนึ่งได้มาจากการทดลองสำหรับวัสดุ/ความหนาต่างๆ โดยเทียบเวลาคำนวณกับเวลาที่ใช้ในการตัดจริง ปรับเปลี่ยนมาจนค่าที่ใช้อยู่ขณะนี้ค่อนข้างใกล้เคียงมาก สรุปแล้วในส่วนนี้พอจะเขียนเป็นสูตรได้ก็คือ

 

เวลาที่หัวเดิน(นาที) = จำนวนชิ้น*[(อัตราเร็วที่หัวเดิน/(เส้นรอบรูป/ชิ้น))+(จำนวนรู/ชิ้น*เวลาที่ใช้เจาะ/รู)  + (จำนวนมุม/ชิ้น *เวลาที่เสียไปในการเดินหักมุม)]

 

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ราคาค่าตัด/นาที ซึ่งถ้าเป็นการคิดต้นทุนก็คือ ต้นทุนค่าตัด/นาที อย่างที่กล่าวไปแล้วคือ ประเภทของวัสดุและความหนา เป็นสองปัจจัยหลัก ซึ่งก็จะสรุปออกมาได้เป็นตารางค่าตัด/นาทีของแต่ละประเภทวัสดุที่ความหนาต่างๆ แต่นอกจากปัจจัยหลักสองอย่างนี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบกับต้นทุนนอกจากวัสดุและความหนา เช่น

·        จำนวนที่ตัด – ในการตัดแต่ละครั้งจะมีเวลาที่เสียไปกับการนำแผ่นขึ้นโต๊ะตัดและเวลาในการตั้งเครื่อง (setup time) เวลาเหล่านี้เป็นเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอนไม่ว่าจะตัดหนึ่งชิ้นหรือร้อยชิ้น เพราะฉะนั้น เมื่อจำนวนชิ้นมากขึ้น เวลาที่ใช้ต่อชิ้นก็จะน้อยลง

·        แบบที่ลูกค้าส่งมา – แบบดรออิ้งที่ลูกค้าส่งมาจะมีหลากหลาย บางรายส่งมาเป็นไฟล์ AutoCAD, บางรายส่งมาเป็นแบบตัดกระดาษ, บางรายส่งมาเป็นแบบวาดมือ หรือ แบบที่ได้มาจากลูกค้าตน แน่นอนครับว่า การส่งไฟล์ AutoCAD ก็จะทำให้การทำงานสะดวก ไม่ต้องเสียเวลามาวาดแบบใหม่รวมไปถึงโอกาสที่จะเกิดของเสียจากการวาดแบบผิด

·        ลักษณะรูปร่างของงานตัด – กรณีนี้อาจจะเกิดขึ้นน้อย แต่ก็มีบ้าง คือ ลักษณะรูปร่างของงานตัดที่มีโอกาสจะเกิดของเสียได้ง่ายเช่น ชิ้นงานที่หนาๆและมีมุมแหลมมากๆ ก็อาจจะทำให้ปลายมุมแหลมละลายไปขณะที่หัวเดิน

ในสามปัจจัยที่กล่าวมานี้ ผมขอกล่าวถึงปัจจัยที่สองก่อนคือ แบบที่ลูกค้าส่งมาถ้าเป็นแบบที่ยากและเราต้องใช้เวลามากในการวาดแบบหรือแกะแบบเพื่อให้ได้ไฟล์ AutoCAD ก็คิดเป็นค่าวาดแบบ(บาท)/แบบไป ส่วนปัจจัยที่สาม ลักษณะรูปร่างงานตัด ความไม่แน่นอนในส่วนนี้ผมไม่ได้คิดรวมเข้าไปตรงๆในการคำนวณต้นทุนแต่จะเป็นการคุยกันกับลูกค้าก่อนว่างานลักษณะนี้โอกาสงานจะไม่สวยหรือโอกาสมีของเสียจะสูงนะ หรือตัดแล้วมันจะไม่เหมือนแบบที่ให้มาซะทีเดียว ถ้าเป็นแบบนี้รับได้ไหม เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้ามาตรฐานลูกค้าสูงกว่าที่เครื่องตัดเลเซอร์สามารถทำได้ก็จะบอกไปตรงๆตั้งแต่แรกว่า เครื่องเราคงทำไม่ได้ขนาดนั้น แต่กรณีนี้ก็อย่างที่บอกครับว่า เจอไม่บ่อยนัก

ขอวกกลับมาปัจจัยแรกที่กล่าวข้ามไปเมื่อกี้คือจำนวนชิ้นที่ตัด จำนวนชิ้นหรือเวลาที่ใช้ตัดทั้งหมดมีผลมากกับต้นทุนครับ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะความได้เปรียบจากขนาด (Economy of scale) ทางตรงก็เช่นเวลาตั้งเครื่องอย่างที่กล่าวไปแล้ว ส่วนทางอ้อมก็เช่น โอกาสที่จะเกิดของเสียจากความผิดพลาดของคนจะน้อยลง, ต้นทุนวัสดุอาจจะต่ำลงเนื่องจากเรียงให้ประหยัดมากขึ้นได้, การประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเช่น ถ้าเปลี่ยนแบบงานบ่อยๆอาจต้องมีคนประจำสองคน แต่ถ้าปล่อยให้เครื่องรันยาวๆสี่ชั่วโมงอาจจะเฝ้าแค่คนเดียวให้อีกคนไปทำอย่างอื่น ฯลฯ ผลกระทบต่างๆเหล่านี้สรุปออกมาให้เป็นตัวเลขแน่นอนยากครับ และก็ไม่เท่ากันในแต่ละครั้งซะด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ค่าตัด/นาที และ เวลาทั้งหมดที่ใช้ตัด(จำนวนชิ้น*เวลาตัด/ชิ้น) ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง คือ ถ้าความสัมพันธ์เป็นลักษณะเชิงเส้นตรงจะเป็นไปตามรูปที่ 1 ดังนี้

 

                                        

                        รูปที่ 1 ความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง

 

ให้เวลาที่ใช้ตัดเป็นแกน x และ ค่าตัด/นาที เป็นแกน y เราจะเห็นว่า ที่เวลาตัดน้อยๆ(เช่น 0.01 นาที) ค่าตัดต่อนาทีจะสูงมาก แล้วค่าตัดต่อนาทีจะลดลงเรื่อยๆจนถึงศูนย์ที่เวลาตัดค่าหนึ่ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง  เพราะไม่ว่าเวลาตัดจะมากขึ้นจนค่าใช้จ่ายลดลงไปแค่ไหนก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ ไม่มีทางที่จะเป็นศูนย์

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างค่าตัด/นาทีกับเวลาทั้งหมดที่ใช้ตัด เป็นไปในลักษณะที่ภาษาคณิตศาสตร์เรียกว่า exponential คือมีรูปแบบเป็นเส้นโค้ง โดยมีค่า y (ค่าตัด/นาที) สูงมากในช่วงเวลาตัดน้อยๆและค่า y จะลดลงมากในช่วงแรกๆ ต่อมาการเปลี่ยนแปลงจะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาตัดเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ค่า y ก็ แทบจะไม่เปลี่ยนอีก ดังรูปที่ 2

 

 

                     

                          รูปที่ 2 ความสัมพันธ์แบบ Exponential

 

จากรูปที่ 2 เราจะเห็นว่า ถ้าเวลาที่ใช้ตัดทั้งหมดมีค่าน้อย ค่าตัด(บาท/นาที)จะมีค่าสูง เนื่องจาก ต้องให้ครอบคลุมถึงการเสียเวลาในการตั้งเครื่อง, การเอาแผ่นขึ้นลง, การทำไฟล์โปรแกรม CNC ฯลฯ เมื่อเวลาที่ใช้ตัดทั้งหมดมากขึ้น ค่าตัด (บาท/นาที) จะลดลงเรื่อยๆเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่อชิ้นจะต่ำลง แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่เวลาใช้ตัดทั้งหมดมากๆ ค่าตัด (บาท/นาที) จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก

หลักการที่ผมใช้ก็คือ เริ่มจากกำหนดว่า สำหรับวัสดุแต่ละประเภท  ค่าตัด/นาที (max) ที่แพงสุดที่เราจะใช้ในการคิดราคา (อาจจะสำหรับงานที่ใช้เวลาเพียง 0.1 นาที) และค่าตัด/นาที (min) ที่ต่ำสุด(อาจจะสำหรับงานที่ใช้เวลา 8-10 ชม.) จะเป็นเท่าไหร่ ในตัวอย่างนี้ผมให้ max = 120 และ min = 90 หลังจากได้ค่า max และค่า min มาแล้ว ก็มาดูลักษณะการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาที่ใช้ตัดมากขึ้น  โดยมีรูปแบบการคำนวณเป็นดังนี้

 

ค่าตัดต่อนาที = D / (k t) + min

 

โดย D คือ max – min, k คือ ค่าคงที่ที่เหมาะสมสำหรับวัสดุแต่ละประเภทที่ความหนาหนึ่งๆ, t คือ เวลาที่ใช้ตัดทั้งหมด(นาที) สำหรับการทดลองของผม พบว่า k จะอยู่ระหว่าง 1.01-1.2 ซึ่งค่า k นี้จะมีผลต่อความโค้งของเส้นกราฟ เราจะเห็นได้ว่า สูตรคำนวณนี้ทำให้ค่าตัด/นาที ที่ได้ เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่ใช้ตัดทั้งหมดด้วย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาและประเภทวัสดุเท่านั้น และ ทำให้สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ได้ในระดับหนึ่ง

 เขียนมาถึงบรรทัดนี้ ผมรู้สึกว่าเหมือนกำลังเขียนคอลัมน์ลงวารสารคณิตศาสตร์อะไรสักอย่าง(ฮา) ก็อาจจะดูเป็นวิชาการมากไปหน่อยนะครับ แต่คิดว่า สมการและกราฟน่าจะอธิบายได้ดีกว่าคำบรรยาย ถ้าท่านใดอ่านแล้วยังไม่เข้าใจและสนใจอยากทราบรายละเอียด ผมก็ยินดีแลกเปลี่ยนครับ และทั้งหมดที่กล่าวมานี้, การคำนวณที่ต้องมีค่าพารามิเตอร์มากมาย, ก็เพื่อให้ต้นทุนคำนวณใกล้เคียงกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงมากที่สุด และเป็นมาตรฐานที่อ้างอิงได้สำหรับการเสนอราคาให้ลูกค้า อย่างไรก็ตามต้องตระหนักว่า ราคาที่คำนวณออกมาแล้วต้องอยู่ในระดับราคาตลาดไม่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าจนเกินไป ซึ่งในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับ margin ที่บวกเข้าไปกับต้นทุนที่คำนวณได้

ในทางปฏิบัติแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควรถ้าให้พนักงานขายคำนวณด้วยมือ ก็ต้องมาเทียบเปิดตาราง กดเครื่องคิดเลข ซึ่งใช้เวลามากและมีโอกาสผิดพลาดสูง การใช้ MS Excel ตั้งเป็นสูตรไว้ ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่มีข้อเสียคือทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและการอัพเดทค่าพารามิเตอร์ทำได้ลำบากเมื่อมีพนักงานขายหลายคน เนื่องจากการทำงานบน Excel ต้องใช้หนึ่งคนต่อหนึ่งไฟล์ (Excel ไม่อนุญาตให้เปิดไฟล์เดียวกันทำงานพร้อมๆกัน) ผมแก้ปัญหานี้โดยใช้ MS Access เป็นฐานข้อมูลแล้วเขียนโค้ด VBA ในส่วนที่ใช้ในการคำนวณนี้ ให้ทุกคนเรียกใช้โปรแกรมจากไฟล์เดียวกัน และกรอกข้อมูลเท่าที่จำเป็นลงในแบบฟอร์มรับข้อมูล ซึ่งก็ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นและป้องกันปัญหาต่างๆได้พอสมควรครับ ท่านผู้อ่านท่านใดมีคำถาม, ต้องการคำปรึกษาหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องนี้ ผมยินดีเสมอครับ เมล์มาได้ที่ apichat@gmail.com ครับ ฉบับนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

                        ดร.อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิต บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 2 ฉบับที่ 17-19 / สิงหาคม-ตุลาคม 2550

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
ความสำเร็จของ Google article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNP article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (7935)
เีรียนถามสูตรการคำนวนค่าจ้างPunching คิดราคาลูกค้าอย่างไร
ผู้แสดงความคิดเห็น สมชาย วันที่ตอบ 2009-04-27 23:06:19


ความคิดเห็นที่ 2 (36674)

ที่โรงงานผมไม่มีเครื่อง punching ครับ ผมเลยไม่เคยศึกษาการกำหนดพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

แต่โดยทั่วไปที่ใช้ๆกันก็จะคำนวณจากการประมาณเวลาที่เครื่องจักรทำงานนี่แหละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2009-08-05 10:12:58


ความคิดเห็นที่ 3 (37850)
ตัดเลเซอร์ คิดราคาตารางมิลละเท่าไหร่ครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น สอบถามราคาครับ (kraise-dot-k-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-27 17:33:21


ความคิดเห็นที่ 4 (37856)

ขอบคุณครับที่ถามเข้ามา

เราไม่ได้คิดเป็นตารางมิลนะครับ

จะคิดตามเวลาที่เดิน ซึ่งวิธีคำนวณเวลาจะเป็นไปตามสูตรที่ผมลงไว้ในบทความ

ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ที่ตัดเลย

ยกตัวอย่างนะครับ

ถ้าตัดชิ้นงานที่มีขนาด 300x300mm แต่ข้างในตัดลายเยอะมาก เจาะรูถี่ยิบ ก็อาจจะใช้เวลาตัดหลายชม.

ในขณะที่อีกชิ้นงานนึงมีขนาด 1000x1000mm แต่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมธรรมดา ก็อาจจะใช้เวลาไม่กี่นาที

สองกรณีนี้ ค่าตัดชิ้นงาน 300x300mm จะสูงกว่ามาก เพราะใช้เวลาตัดนาน ค่าตัดก็แปรผันไปตามเวลาที่ตัด แต่ถ้ามาดูขนาดก็จะเห็นว่า ขนาดพื้นที่เล็กกว่าหลายเท่าครับ

เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถประมาณค่าตัด จากตารางมิลได้เลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2010-04-29 08:48:02


ความคิดเห็นที่ 5 (38322)
รบกวนอีกนิดครับ ถ้าเราจะคิดราคาจากเส้นรอบรูป สามารถคิดได้ป่าวครับ และถ้าคิดได้จะคิดยังงัยครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น วีรพงษ์ วันที่ตอบ 2010-08-06 09:03:34


ความคิดเห็นที่ 6 (38358)

สวัสดีครับ จากสูตรที่อาจารย์ให้มาก็สามารถคำนวณได้ในระดับหนึ่งแต่ในความเป็นจริงแล้ว การคำนวณการตัดเลเซอร์ยังมีตัวแปรที่สำคัญมากอีกหนึ่งตัวแปรนั้นคือ แก๊ซ ซึ่งเราไม่สามารถตัดตัวแปรนี้ออกไปได้เลย เพราะการตัดเลเซอร์นั้นไม่สามารถตัดได้โดยไม่ที แก๊ซช่วย(Assist gas)ได้ แต่แก๊ซช่วยก็มีหลายชนิดและหลายราคา หลายผู้ผลิต ตามแต่จะเลือกใช้งาน แก๊ซช่วยที่ผมพูดถึงมีตั้งแต่ ลม ออกซิเจน และ ไนโตรเจน ซึ่งยังมีแบ่งออกเป็นแรงดันต่ำและแรงดันสูง ซึ่งแก๊ซช่วยนี้ยังแปรผันตามขนาดของหัวตัดเลเซอร์(Nozzle) ซึ่งขนาดของหัวตัดนี้มีขนาดตั้งแต่ 0.7 - 4.0 มม. โดยการใช้งานก็จะเปลี่ยนไปตามขนาดความหนาของวัสดุที่ตัด ซึ่งการตัดเหล็กหนาก็จะใช้แก๊ซออกซิเจนประมาณ 0.7-0.9 bar ใช้ขนาดของหัวตัด 3.0-4.0 มม. ส่วนการตัดสแตนเลสหนาก็จะใช้แก๊ซไนโตรเจนประมาณ 14 - 18 bar .ใช้ขนาดของหัวตัด 3.0 - 4.0 มม. เพราะฉะนั้นตัวแปรของแก๊ซจึงเป็นตัวแปรสำคัญมาก เพราะราคาของแก๊ซไนโตรเจนและออกซิเจนมีราคาแตกต่างกันอยู่พอสมควร และยังมีการตัดเหล็กบางโดยใช้ไนโตรเจน ซึ่งจะทำให้ใช้เวลาในการตัดน้อยลงแต่จะใช้แก๊ซไนโตรเจน แรงดันประมาณ 10 - 12 bar จะแตกต่างกับการใช้ออกซิเจนตัดเหล็กบางโดยการตัดแบบนี้จะใช้แก๊ซออกซิเจนประมา ณ 2bar แต่จะใช้เวลาในการตัดนานกว่าการตัดโดยใช้ไนโตรเจน  ผมจึงคิดว่าการคำนวณราคาการตัดเลเซอร์จริงน่าจะบวกปริมาณแก๊ซช่วยเข้าไปในสูตรอีกหนึ่งตัวแปร แต่ตัวแปรในการคำนวณราคาการตัดของเครื่องเลเซอร์ยังไม่หมด ยังมีปริมาณการกินไฟและราคาเครื่องจักรที่ยังเป็นตัวแปรที่สำคัญ โดยบางคนอาจจะคำนวณเค่ปริมาณของแก๊ซ เวลาการตัด แต่ลืมไปว่าเครื่องใช้งานทุกวันและราคาในการบำรุงรักษาเครื่องเลเซอร์มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพราะฉะนั้นการคำนวณควรดูตัวแปรหลายอย่างแปรผันไปตาม ความต้องการของลูกค้าประกอบกันด้วยครับ

 

โดยข้อความที่ผมเขียนนั้นไม่ได้ต้องการดิสเครดิตใครแต่เข้ามาเล่าสู่กันฟังโดยประสบการณ์จริงครับ

ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Eng_C วันที่ตอบ 2010-08-14 14:02:05


ความคิดเห็นที่ 7 (38851)
อยากทราการคิดราคางานพับครับ ตอนนี้ผมเปรี่ยนสายงาน จากการออกแบบ มาทำงานประมาณราคา สอบถามจากผู้ที่ทำงานในแผนกเดียวกับ ก็ได้รับคำตอบว่ามันเป็นประสบการไม่ตายตัว ผมว่าถ้าไม่มีหลักการคิด ก็จะไม่เป็นธรรมกับลูกค้า และหาที่มาที่ไปไม่ได้ครับ รบกวนผู้รู้ช่วยแนะแนวทางด้วยครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น NEW ESTIMATRE วันที่ตอบ 2010-11-22 13:41:48


ความคิดเห็นที่ 8 (39401)
ขอร้านที่ตัดเซอร์แบบภูกๆแถวรามอินทรา
ผู้แสดงความคิดเห็น mud วันที่ตอบ 2011-03-13 13:25:25


ความคิดเห็นที่ 9 (150665)
ตอบคุณวีรพงษ์ คงได้ราคาแบบคร่าวๆนะครับ ถ้ากรณีเส้นรอบรูปเท่ากัน แต่จำนวนรูต่างกันมาก ราคาก็ต่างกันมากครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2011-11-30 13:42:02


ความคิดเห็นที่ 10 (150666)
ตอบคุณ Eng_C ขอบคุณมากครับ สำหรับความเห็นที่สร้างสรรค์มาก จริงๆแล้ววิธีคิดที่ผมเขียนในบทความเป็นแค่แนวทางที่ผมใช้ ในรายละเอียดบางอย่าง เช่น เรื่องแก๊สไนโตรและออกซิเจน ผมจะใช้ค่า max และ min ต่างกันครับ ขึ้นอยู่กับว่าวัสดุประเภทนั้นใช้ไนโตรหรืออกซิเจน ซึ่งถ้าใช้ไนโตรค่า max ก็จะสูงกว่า เพราะค่าแก๊สจะเปลืองกว่า ส่วนเรื่องแรงดัน ก็จะแปรผันตามความหนาก็มีการเผื่อตรงนี้ในรายละเอียดด้วยครับ ซึ่งตัวแปรทั้งสองตัวนี้จะำไปกำหนดค่า k ตามที่ผมเขียนไว้ว่า "k คือ ค่าคงที่ที่เหมาะสมสำหรับวัสดุแต่ละประเภทที่ความหนาหนึ่งๆ" เพราะฉะนั้นแต่ละวัสดุ และแต่ละความหนา ค่า k จะไม่เท่ากัน และจะคลอบคลุมรายละเอียดตรงนี้ครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2011-11-30 13:42:24


ความคิดเห็นที่ 11 (150667)
ตอบคุณ NEW ESTIMATRE ใช่ครับ งานพับค่อนข้างประมาณยาก ส่วนตัวผมเองจะคำนวณราคาพับต่อชิ้นงานโดยใช้ตัวแปรดังนี้ครับ : จำนวนครั้งที่พับ, วัสดุ, ความหนา, นน.ชิ้นงาน, จำนวนชิ้นต่ออร์เดอร์ ประมาณนี้แหละครับ ค่าพับก็อยู่ระหว่าง 10-30 บาท/พับ ขึ้นอยู่กับตัวแปรที่เหลือครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2011-11-30 13:42:48


ความคิดเห็นที่ 12 (150668)
คณ mud ไม่ทราบเลยครับ ขออภัยจริงๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชาติ วันที่ตอบ 2011-11-30 13:43:10


ความคิดเห็นที่ 13 (155459)

 ขอถามครับ ถ้าส่งแบบให้ประเมินราคาสามารถส่งได้หรือไม่  ส่งทางไหน   

ผู้แสดงความคิดเห็น phongbhop (phongbhop-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-06-15 11:56:35


ความคิดเห็นที่ 14 (156937)

 ทำไมตัดเลเซอร์ต้องใช้แกสด้วยครับ ไม่ได้ใช้แสงเลเซอร์กำลังสูงยิงลงไปบนชิ้นงานหรือครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชุมพล วันที่ตอบ 2014-02-17 11:14:46


ความคิดเห็นที่ 15 (157147)

 เราสามารถคำนวณระยะทางของเส้นได้หรือไม่..?

เช่นเรามีรูปลายเส้น สี่เหลี่ยม วงกลม หรือตัวอักษรอะไรก็ว่าไป
โดยเราจะสามารถหาค่าของระยะเส้นของรูปๆ หนึ่ง ออกมาเป็นความยาวได้หรือไม่ อย่างไร?
ด้วยการใช้สูตรหรือโปรแกรมเข้าช่วยในการคำนวณ (เราจะได้ไม่ต้องใช้เครื่องลองวิ่งเพื่อหาเวลา)
ในเมื่อเรารู้ว่า Speed ของเครื่องแต่ละค่านั้น ใช้เวลาเดินได้กี่ซม. ต่อนาที เราจะได้นำมาคูณ เพื่อความรวดเร็วในการคำนวนต่อไป

ขอบคุณครับ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Work Ad. วันที่ตอบ 2014-03-28 12:38:13



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
จำหน่ายสินค้าสเตนเลส รับบริการตัดเลเซอร์ ตัดพลาสม่า พับ ม้วนโลหะแผ่นและโลหะที่ขึ้นรูปแล้ว บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์ เลขที่ 16 หมู่ 5 ซ.วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 โทร. 02-753-7753 แฟกซ์. 02-753-7770 Email: pands_stainless@yahoo.com